ฤดู(ของ)ฝน

ฤดูไหน…ฤดูไหน…ก็ฤดู(ของ)ฝน

ลุง เล่า เรื่อง November 28, 2007

Filed under: Uncategorized — therainyseason @ 10:43 am

     วันนี้วันที่29 พฤศจิกายน 2550 ไม่ใช่ 14 ตุลาคม 2516 แต่เมื่อคืนวันที่28 พฤศจิกายน 2550 ฉันนอนไม่หลับเพราะวันที่ 14 ตุลาคม 2516

     เมื่อคืนฉันได้มีโอกาสสนทนากับชายชราอายุเกินกว่า60ปี อดีตนักศึกษาที่เรียนหลายปีดีดักกว่าจะจบจากรั้วแม่โดมมาได้ แต่สิ่งที่เขานึกถึงไม่ใช่ใบประกาศอันทรงเกียรติ หากแต่เป็นวันนั้น ภาพนั้น

     ลุงติดอยู่ในมหาวิทยาลัยอยู่2วันเต็ม อยู่กับพี่ชายของลุงและเพื่อนอีก 3 คน เพื่อนที่ตอนนี้ล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว มีศักดิ์ดา เปี่ย และไอ้หมา เราหนีรอดออกมาทางประตูท่าพระจันทร์ข้ามเรือตรงท่าศิริราชโดยมีทหารเรือที่คอยช่วยเหลือนักศึกษาที่หนีรอดออกมาได้ แล้วเราเดินเท้าต่อไปอีกเป็นวัน เดินไปตามทางรถไฟ สมัยก่อนตรงศิริราชมีทางรถไฟอยู่ มีตลาดขายของเหมือนตลาดนัดสมัยนี้แหล่ะ หนูไม่เคยเห็นเพราะเดี่ยวนี้ไม่มีแล้ว เราเดินกันไปตามรางรถไฟเดินไปจนถึงอยุธยา ไปเจอบ้านชาวบ้านบอกว่าเราเป็นนักศึกษา เท่านั้นแหล่ะ น้ำใจคนไทยไม่เคยเหือดหาย เงินทองมากมายรวมได้ 5000กว่าบาท เงินสมัยก่อนหน่ะใหญ่นะ 5000นี้เยอะมาก แถมเค้ายกรถสามล้อเครื่องให้อีก 2 คัน

     พวกเรา ลุงและเพื่อนอีกสาม พี่ชายลุงผลัดหลงกันไปแล้ว เราขับรถสามล้อเครื่องย้อนกลับมา ในใจตอนนั้น เป็นห่วงพี่ชาย เราตกลงกันว่าจะกลับบ้าน วนหาทางอยู่นานไปทางไหนก็เจอแต่ทหาร ตำรวจ เข้าซอยเล็กซอยน้อย วนไปอยู่หลายทางกว่าจะถึงบ้านได้ เจอหน้าพี่ชาย ลุงก็เดือดเลย “ไอ้ห่า กูเป็นห่วงมึงแทบตาย” พี่ชายลุงว่า “เอ้าเวลานั้นใครจะไปรอมึง ทหารมันยิงปืนมากูก็วิ่งหลบไปหลบมาจนมาถึงบ้านนี่แหล่ะ” พ่อลุงนึกว่าเรา 4 คนจะไม่รอดกลับมาแล้ว ล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อควักเงิน5000ออกมา ถามแม่ว่า “แม่กลัวไหม ถ้าจะต้องไปตลาดตอนนี้” แม่ก็ว่า “นางเลิ้งใกล้แค่นี้เองข้าจะกลัวอะไร” “งั้นแม่เอาเงินนี้ไป ไปซื้อของมาทำกับข้าวเอาให้เยอะเลยนะแม่ ให้เยอะที่สุด”

     ลุงเห็นแม่ทำกับข้าวหม้อใหญ่ชาวบ้านในซอยออกมาช่วยกันคนละแรง ทำมันกลางซอยนั่นแหล่ะ รวมได้กับข้าวอยู่ 6 เข่งใหญ่ๆ จัดแจงใส่รถสามล้อเครื่อง 6 คัน มีเรา4 คน และมีเพื่อนในซอยบ้านอีก 2 ที่ไม่กลัว ไปด้วยกัน เราไปได้ไกลสุดแค่ตรง ปตท. ปัจจุบันเป็น ตึกการบินไทยสาขาย่อยราชดำเนินที่ขายขนมปังนั่นแหล่ะ ให้นักเรียนนักศึกษา ชาวบ้านแถวนั้นช่วยกันลำเลียงเข้าไปบอกเค้าว่า เอาเข้าไปให้ถึงอนุเสาวรีย์นะ เข้าไปให้ใกล้มากที่สุด ส่วนทางศรแดงภัตตคารชื่อดังย่านราชดำเนินเปิดร้านทำกับข้าวแจกจ่ายเหมือนกัน หลังจากนั้นลุงไม่รู้แล้ว เพราะทหารมาจากไหนเต็มไปหมดเราทุกคนต่างวิ่งหลบกันกระจัดกระจาย  เห็นมีรถเมล์ขาว 3 คัน ข้างในมีเด็กอชีวะ อยู่คันละ 4 คน 1คนขับกับอีก 3 คนถือขวดกับกระบอง กระบองเหมือนยามนั้นแหล่ะหนู ภาพที่เห็นรถเมล์พุ่งชนกับรถถัง ขวดบรรจุน้ำมันจุดไฟปะทะกับลูกปืน ไม่ต้องเดาว่าจะเป็นยังไงต่อ แต่ไม่มีใครถอย

     จนท้ายที่สุดนักศึกษาหลายพันคนหนีเข้าไปอยู่เขตพระราชวังของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทุกอย่างค่อยๆคลี่คลายเพราะท่าน ธงชาติถูกโบกสบัดไปทั่ว ทั้งรอยยิ้มและน้ำตาหลั่งไหลมากมาย แล้วทุกอย่างก็สงบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

     ลุงลูบหัวฉันก่อนลุกขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ไม้โยกตัวโปรดตัวเดิมของแก

     ฉันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ หลายสถานที่ที่ลุงพูดถึงฉันจำชื่อไม่ได้ แต่ฉันว่าเหมือนมีมนต์ขลัง ฉันนึกถึงภาพหลายร้อยหลายพันชีวิตที่สูญหาย นึกถึงรูปปั้นของแดงที่ตั้งอยู่ที่ท่าพระจันทร์ นักศึกษาที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น ฉันเห็นแววตาที่เต็มเปี่ยมความทรงจำจากสายตาฟ่าฟางคู่นั้น คำพูดที่หนักแน่นไปด้วยความภาคภูมิใจจากปากที่ฟันฟางแทบไม่เหลือ

     ฉันเห็นทางเดินธรรมศาสตร์ที่พอใกล้เดือนตุลาคมทีไรจะมีป้าย มีภาพเหตุการณ์เหล่านั้นติดอยู่ไปทั่ว มีหนังสั้น วีดีโอเปิดให้ดูกันฟรีๆ จะเข้าดูหรือไม่ไม่มีใครบังคับแล้วแต่สมัคใจ ฉันโชคดีที่เกิดมาในประเทศที่มีคนเสียสละชีวิตเพื่อส่วนรวม ฉันโชคดีที่มีแม่ชื่อแม่โดม มีพ่อชื่อปรีดีย์ และฉันโชคดีที่มีเลือดสีเหลืองแดง(เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต แดงคือโลหิตอุทิศให้) 

     ระหว่างทางที่เดินกลับบ้านในหัวฉันคิดอยู่แค่ว่า

     “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน”

    ป.ล. ทุกๆท่านที่มาอ่านที่มาเม้น ขอบคุณนะคะ แต่ข้าน้อยมิได้มีเจตนาจะโอ้อวดสถาบันของตนว่าเหนือกว่าสถาบันไหน ที่เขียนเพียงแค่จะบอกว่า “ฉันรักลุงของฉัน” เท่านั้นเอง

 

7 Responses to “ลุง เล่า เรื่อง”

  1. ต้อม Says:

    สาระ :: เวลาฉันดูสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ทีไร
    ใจมันจะเต้นแรงๆ ฮึกเหิมๆ ปนความเสียใจเกี่ยวการสูญเสียของบุคคลเหล่านั้น
    แล้วคิดว่าฉันจะทำอะไรเพื่อส่วนรวม และช่วยเหลือคนอื่นได้บ้าง

    เวลาผ่านธรรมศาสตร์ มีป้ายผ้าพื้นสีเหลือง เขียนตัวหนังสือด้วยสีแดง
    ข้อความบนผืนผ้าที่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง
    ฉันก็จะรู้สึกฮึกเหิมไม่แพ้การดูสารคดี

    ไม่สาระ :: แกรักธรรมศาสตร์ แต่ฉันรักเด็กธรรมศาสตร์ 55555+
    (“น้อง” เพิ่งอยู่ปีหนึ่งเองอ่ะแก ขำๆ อิอิ…ล้อเล่นนะ)

  2. ต้อม Says:

    ใกล้เลือกตั้งเข้ามาทุกทีแล้ว
    ฉันว่าต้องไปศึกษาข้อมูลต่างๆ แล้วล่ะ
    จะได้มีสาระ สาระ มากๆ หน่อย
    อิอิ

  3. jummdcu Says:

    เด็กจุฬาฯ ขอมารักเด็กธรรมศาสตร์ด้วยคนจ้า
    และก็รู้สึกเห็นใจคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น
    ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ตัวเองยังนอนคุดคู้อยู่ในถุงน้ำคร่ำในท้องแม่อยู่เลย
    ความภาคภูมิใจคงมีอยู่เต็มเปี่ยมในใจบุคคลเหล่านั้นเนอะ

  4. nine9 Says:

    แว่ว

    เลือดเหลืองแดง

    เอิ๊กๆๆๆๆๆๆๆ

  5. นาย : ทำเปงขำ รู้สึกว่าเราก็เลือดสีเดียวกัน
    พี่จุ๋มจ๋า : เค้าก็รักเด็กจุฬาฯนะ พี่น้องกันนิ ท่านพี่……..
    ต้อม : อืมแก ใช่ ฉันก็อิน

  6. beambongga Says:

    แม้ไม่ได้เป็นเลือดเหลืองแดง
    แต่ก็เป็นเลือดไทยแท้นะคะ
    อ่านแล้วอินมากกกกค่ะ
    รู้สึกคนสมัยนั้นเท่ไงไม่รู้

    ไม่แปลกใจถ้าได้ฟังที่เล่ามาแล้วจะนอนไม่หลับ

  7. maymories Says:

    สะเทือนใจ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s