ฤดู(ของ)ฝน
ฤดูไหน…ฤดูไหน…ก็ฤดู(ของ)ฝน

Posts Tagged ‘Uncategorized’

ฤดูรัก

November 22, 2007

…ในอ้อมกอดของฉัน
ขอเธอจงมั่นใจได้เลยว่า
เป็นที่ที่ปลอดภัยและอบอุ่นที่สุด
ซบหน้าลงตรงหน้าอกฉันซิ
ฟังเสียงหัวใจของฉันว่ามันพูดอะไรอยู่
ความในใจที่ฉันมีต่อเธอ
ขอให้เธอรับรู้ด้วยตัวเอง
ในอ้อมกอดแห่งรัก
สัมผัสอันอบอุ่น
หยุดเวลาของเธอไว้ที่ฉัน
หยุดโลกนี้ไว้
นับจากนี้มีเพียงเราสองคนบนโลกนี้
หลับตา
ฟังเสียง
หัวใจ
ของฉัน… 
จะให้ดาวทั้งฟ้าร้องเพลงกล่อมเธอ
ค่ำคืนละเมอมีฉันในฝัน
ฟังเพลงรักจากดวงดาวด้วยกัน
อยู่ในอ้อมกอดฉันให้เธอฝันดี

*********************

ขอมือหน่อย

November 16, 2007

     ฤดูฝนค่อยๆเงียบหายไป พร้อมกับลมหนาวกำลังมาเยือน เวลาหนาวๆฉันมักมีพฤติกรรมแปลกๆ (แต่หลายคนคงชอบทำเหมือนกัน) ฉันชอบขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่ม ยิ่งถ้าเป็นวันหยุด ตัวเองจะกลายเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขาไปทันที ไม่ลุกจากที่นอน ทุกอย่างมักถุกควบคุมด้วยรีโมทคอนโทล ไม่ว่าจะดูหนังดูละคร ฟังเพลง อ่านหนังสือทุกอย่างอยู่ข้างเตียง อยู่ใกล้มือ แถมอาการหิวหายไปทันตา ช่างเป็นวันแสนสุข หรือเพราะเป็นช่วงที่ฤดูฝนอย่างฉันหยุดพัก
     ปกติฉันเป็นคนขี้หนาว (แต่ไม่ขี้เหงา) เวลาหนาวสิ่งที่สังเกตุได้ง่ายสุดคือมือ มือจะเย็นขึ้นมาทันตา ขนาดปกติเดินห้าง ดูหนัง หรือที่ที่แอร์เย็นฉ่ำๆกำลังสบายๆสำหรับหลายๆคน สำหรับฉันมันกลายเป็นหน้าว..หนาวซะงั้น
เวลามือเย็นๆทำไงดี…
เอามือซุกกระเป๋ากางเกงไว้
ซุกรักแร้(แล้วเอามาดม..ทุเรศแระ555+)
จับแก้วกาแฟอุ่นๆ หรือว่า
กุมมือนุ่มๆของใครบางคนดี(ฮิ้วๆๆ)
ฤดูหนาวมาแล้ว…..ทำไงถ้ายังไม่อุ่น
     หลายคนว่าถ้ายิ่งหนาวก็ยิ่งเหงา เพราะฤดูหนาวมักมาพร้อมกับลม ลมหนาวที่ทำให้เราสะท้านได้ถึงขั้วหัวใจ  พี่สาวคนนึงเดินๆ อยู่บนฟุตบาทในตอนเที่ยง เมื่อลมพัดมาแค่วูบเดียว เธอถึงกับเอ่ยปากว่า รู้สึกเหงาๆขึ้นมาซะงั้น ใครจะคิดว่าย่านสีลมที่คนจอแจ สังคมรีบเร่งจนติดอันดับที่ผู้คนพลุกพล่าน มีแต่คนเมินหน้าหนี ยังมีช่วงเวลาที่ดูเหงาได้ เหงาเพราะมีแต่คนที่เดินสวนกันไปมาโดยไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ไม่มีคำทักทายปราศรัย
     ฉันว่าสิ่งที่กันหนาวได้ดีที่สุดจึงไม่ใช่แค่เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ หากแต่น่าจะเป็นความสัมพันธ์ ที่ทำให้ร่างกายเราอบอุ่นได้จากข้างใน ใช่แค่กันหนาวแต่เพียงภายนอก
     แต่หนุ่มสาวหลายคนย่านนี้ มักแย่งกันซื้อเสื้อกันหนาวหลากแฟชั่น เลือกโดยที่ไม่เคยแม้จะหันมองคนข้างๆว่าทีเข้าเบียดเสียดเข้าไปนั้น เค้ากระแทกโดนใครล้มใครเจ็บไปบ้าง
     ฉันกับพี่สาวเห็นสถานการณ์อย่างนี้ทีไรได้แต่ถอนใจ เฮ้อ…
     เพื่อนฉันคนนึงเคยอกว่า การกอดกันเป็นวิธีการปลอบที่ดีที่สุด เหมือนมีความรู้สึกที่ส่งผ่านจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งได้โดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ เพราะฉะนั้นเวลาที่เพื่อนฉันไม่สบายใจทีไรเราจึงมักกอดกันไว้ แม้แรกๆฉันจะไม่เข้าใจ ต่อเมื่อกอดกันแล้วมันอบอุ่นจริงๆ
     [...]

อดีตดี หุ่นดี ฟันไม่ผุ

November 13, 2007

คุณเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ไม่มีใครแก้ไขอดีตได้ แต่สามารถเลือกอนาคตได้” กันบ้างรึเปล่า
ฉันเคยได้ยิน ฉันเองก็เชื่อ และเข้าใจความหมายของประโยคนั้นได้ดี “ทุกคนล้วนมีอดีต” ฉันพูดประโยคนี้บ่อยๆ เวลาที่ต้องการปลอบใจตัวเอง
อดีตดีตรงที่เป็นเหมือนประสบการณ์ให้ตัวเราได้เรียนรู้ ได้จดจำ เป็นบทเรียน อดีตอาจล้ำค่าถ้าเราไม่ขวนขวาย ไขว่คว้า
อดีตกับคน?
คนตัวอ้วน อดีตมากมาย
คนตัวเล็ก อดีตนิดหน่อย
คนตัวขาว อดีตสดใส
คนตัวดำ อดีตมืดมน
คุณอยากหุ่นดีใช่ไหม ฉันก็อยาก
หวานเย็นสีสด ไอศครีมเลิศรส หรือเค้กก้อนโตฯลฯ ทั้งหมดล้วนเป็นปัญหาให้หุ่นเพรียวลมของเราหายไป ฉันยังจะกินมันอยู่รึเปล่าถ้ารู้แบบนี้ คำตอบคือกิน เหมือนรู้ทั้งรู้แต่ก็ยังทำ ฉันว่ามันอยู่ที่การจัดการ ไม่ได้กินบ่อย ไม่ได้กินมาก กินแล้วออกกำลังกาย
อดีตอาจทั้งสวยงาม สดใส มืดหม่น และหมองเศร้า แต่เราก็ยังนึกถึงทำไมเราเห็นหลายคนจอมจมอยู่กับอดีต เพราะอดีตมีไว้ให้คิดถึง แต่การที่เราจมอยู่กับอดีตมันอาจเปลี่ยนเป็นความทุกข์ ทุกข์ทั้งตัวเรา และคนใกล้ตัวที่คอยเป็นห่วงเป็นใย เพราะคุณและฉัน เราต่างรู้ดี “อดีตแก้ไขไม่ได้” เราจะให้อดีตเป็นปัจจุบัน แล้วปัจจุบันจะไปอยู่ที่ไหน คราวนี้มันก็ยุ่งกันใหญ่ ครั้นจะให้อยู่ร่วมกัน มันเป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง เพราะอดีตส่งผลให้เกิดปัจจุบัน ปัจจุบันส่งผลให้เกิดอนาคต คุณอย่าลืมว่า“อนาคตเราเลือกได้”
ที่สำคัญ อดีต ปัจจุบัน และอนาคตอยู่ซ้อนทับกันไม่ได้
การคิดถึงอดีต จึงเหมือนการอยากมีหุ่นสวย [...]

อีกกี่เส้นทางในชีวิตที่ต้องเดิน

November 7, 2007

                                    
บนทางเดี่ยวบางทีก็เดียวดาย      บางครั้งอาจต้องบุกน้ำ          หลายหนที่ต้องเจอทางเลี้ยว
        
                              
             บางทีทางมันก็ดูแสนไกล                         แต่บางครั้งก็ใกล้ตา
           
                                          
                 บ้างก็ข้ามสะพาน                         สุดท้ายอาจต้องเลือกสักทาง
วันเดือนปี เจี๊ยบ วรรธนา 
วันจันทร์ฉันคอยอยู่ อังคารก็คอยดู ดูๆว่าเธอเป็นไง พุธเธอก็ไม่มา เช้าสายก็ไม่มี พฤหัสว่างเปล่า        
ศุกร์หรือเสาร์หรือว่าอาทิตย์ ไม่มีวันไหนไม่คิดถึง ไม่มีวันไหนที่เธอจะย้อนมา สู่วันเก่าๆของเรา         
วันที่ฉันเจอเธอ วันที่ได้ใกล้กัน วันที่เราจูงมือ วันที่ฉันรักเธอ วันที่ฉันพูดไป วันที่เธอรับฟัง                  
อีกนานไหมฉันก็ไม่รู้ (อีกกี่เดือนหรือจะอีกปี) กี่หมื่นพันล้านความทรงจำที่มี ไม่เคยไม่คิดถึงเธอ        
มกราก็ยาวนาน กุมภาก็เลือนลาง มีนาก็ยังเลื่อนลอย เมษาก็ร้อนรน พฤษภาก็ทุกข์ทน มิถุนาว่างเปล่า     
อีกนานไหมฉันก็ไม่รู้ (อีกกี่เดือนหรือจะอีกปี) กี่หมื่นพันล้านความทรงจำที่มี ไม่เคยไม่คิดถึงเธอ
อีกนานไหมฉันก็ไม่รู้ (อีกกี่เดือนหรือจะอีกปี) กี่หมื่นพันล้านความทรงจำที่มี ไม่เคยไม่คิดถึงเธอ

ช่วยรับที-ลมสวาท

November 5, 2007

ช่วยรับที (ธงไชย แมคอินไตย์)
ก็เพราะเธอไม่ฟังสักครั้ง
เพราะเธอไม่ฟังที่ฉันจะพูดจา
ก็มีเหตุผล ปนกับคำว่ารัก
ไม่งั้นเราจะเหนื่อยยิ่งนัก ไม่นานก็ล้า
* แต่กดไปหาเมื่อไหร่ เธอไม่รับเลย
ยิ่งเธอเฉย ฉันเองก็ยิ่งล้า
ฝากข้อความไว้ ไม่มีคำตอบเรื่อยมา
ได้แต่เพียงโทร โทรอีกทีเรื่อยไป
** หากตรงนั้น มีใครใจดี ได้ยินเสียงนี้ดัง
บอกเจ้าของเครื่องนี้ให้รับมันสักครั้งได้ไหม
หรือจะปล่อยให้ดัง อยู่อีกนานเท่าใด
ช่วยทำให้เธอใจอ่อนและเข้าใจ ช่วยรับที
อย่างน้อยถ้าหากเธอไม่รัก
หรือเธอเปลี่ยนใจไปแล้ว ก็พูดหน่อย
ก็จะได้รู้ว่าต้องจบกันแล้ว
หรือว่าต้องอยู่ตรงนี้ ต้องรอเฝ้าคอย
*,**,**
 ลมสวาท  (แหวน-มิคกี้)
เสียง ลมพัดมาแต่ไกล
ฟังแล้วตรมจิตใจ
ฟังเหมือนใคร
คร่ำครวญ
ฟัง ดังเสียงเธอเรียกครวญ
เป็นสำนวนเศร้าใจ
ฟัง ดังเสียงเธอกู่ไป
พาหัวใจเศร้าไม่วาย
ลม เอ๋ย
ลมพัดเลยเงียบหาย
โถ เพียงหมายใจ
ให้ลมพาขวัญใจคู่ชม
มาภิรมย์แนบกาย
ลม ไม่รับคำดังหมาย
พาเสียดายใฝ่มองหา
  
ฉัน ครวญเพราะความเศร้าใจ
ครวญเสียงดังอย่างไร
ไม่เห็นใครตอบมา
โอ้ ลมเอ๋ย
จงเมตตา
จงหวนมาแต่ไกล
พอ เอ่ยน้ำคำ
ออกไปพลันสมใจได้ชื่น ชม
ลม หวน ลมพัดทวนรื่นรมย์
ฉัน ครวญน้ำคำพร่ำไป
ลมเอ๋ยจงหอบไปบอก
ขวัญใจเถิดลม
ลม ไม่รับคำให้ตรม
ลมหนอลม ช่างใจดำ…

เมื่อวันนี้ฉันเป็นน้ำแล้วเธอเป็นแก้ว

October 31, 2007

     สภาวะอ่อนแอทางจิตใจ ฉันว่ามันเกิดขึ้นได้กับทุกๆคนเป็นเรื่องปกติ สาเหตุอาจเกิดจากปัญหารุมเร้ารอบด้าน ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว ความรัก เพื่อนฝูง อีกเพียบถ้าจะให้นึกถึง แล้วแต่ละคนก็มีวิธีการที่แตกต่างและหลากหลายในการประคับประคองจิตใจตัวเองให้เข้มแข็ง
     สำหรับฉัน แค่มีคนที่เข้าใจคอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆกัน มันก็ทำให้ฉันมีแรงใจเพิ่มขึ้นได้เป็นกองแล้วค่ะ
     แต่มันจะโหดร้ายขนาดไหน ถ้าคนที่เรารัก เขากลับรู้สึกว่า โดดเดี่ยว เดียวดาย สิ้นหวัง ท้อแท้ ไม่มีใคร ทั้งๆที่ก็มีเราอยู่ข้างๆ
     เป็นฉันคงเจ็บปวดที่สุด(แต่)
     มันก็เหมือนกับเรากำลังเทน้ำใส่แก้ว เติมเท่าไรก็ไม่เต็ม มันอาจไม่ใช่ว่า น้ำที่เทมันน้อยเกินหรือแก้วที่ใส่มันใหญ่ไป แต่บางครั้งมันอาจเป็นเพราะ แก้วใบนั้นมันคว่ำอยู่
     เราไม่สามารถเทน้ำใส่แก้วที่มันคว่ำอยู่ให้เต็มได้หรอก
     คราวนี้ก็มีวิธีคิดอยู่ว่า ถ้าเรารู้แล้วว่าแก้วมันคว่ำ เราจะทำยังไง แต่เจ้าแก้วใบนี้ก็ช่างเป็นแก้วที่แสนพิเศษ เพราะเราไม่สามารถใช้มือของเราหงายมันขึ้นมาเองได้ มันจะหงายได้ด้วยตัวของตัวเอง
     บางคนพอรู้แบบนี้แล้ว ก็เริ่มมองหาแก้วใบใหม่ แก้วที่สามารถเติมเต็มได้ โดยที่น้ำไม่เอ่อล้น จนตัวเองต้องเปียก ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้มองว่าเขาเหล่านั้นถูกหรือผิด มันขึ้นอยู่ที่ความพอใจ ความเข้าใจ และการตัดสินใจมากกว่า
     และก็ยังมีอีกหลายคนที่รู้ว่าแก้วมันคว่ำอยู่ แต่ก็ยังยืนยันที่จะเทน้ำลงไป คงเพราะหวังว่าสักวัน แก้วอาจหงายขึ้นเพื่อรับน้ำจากเขาหรือเธอ คนประเภทหลังนี้ฉันขอยกย่อง
     เป็นธรรมดาที่เวลาคนที่ท้อแท้ มักคิดว่าตัวเองโดดเดี่ยว มันอยู่ที่เมื่อเราเห็น เรารับรู้ว่าเขาเสียใจ มีปัญหา [...]

บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม…

October 19, 2007

ได้อ่านเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้วจากพี่สาวใจดีคนนึง
วันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกันเรื่อง ความเสียสละ รักษา รัก ทำให้นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง
เลยเอามาแปะไว้ให้เพื่อนๆลองอ่านกันดูนะจ๊ะ
อาจไม่ซึ้งกินใจอะไรมากมาย แต่ก็ทำให้เราได้หวนคิด
…คุณอยากให้บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม…
ลองมองสิ่งรอบตัวดูให้ละเอียดมีเมืองเล็กๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก
ทุกวันพวกเขาจะพากันไป ดู ชม พระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด
และไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดตอนโพล้เพล้
ทุกคนที่เคยพวกเขาพบเจอจะมองด้วยสายตาอิจฉาในความรักของคนคู่นี้เสมอ..แต่แล้ววันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น
หญิงสาวผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส
เธอนอนเงียบๆ อยู่บนเตียงของโรงพยาบาล
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เธอก็ยังคงไม่ฟื้นคืนมา
ตอนกลางวัน
ชายหนุ่มจะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง
ร้องเรียกคนรักของเขาเสมอ ทั้งๆ ที่เธอไม่ตอบสนองใดๆ เลย
ตกกลางคืน
ชายหนุ่มจะไปสวดภาวนาอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์นอกเมือง
เขาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง ไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว
ผ่านไป 1 เดือน
หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ฟื้นเหมือนเดิม
ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะซูบเซียวขึ้นทุกวัน
แต่ก็ยังคงสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอไม่หยุด
แต่แล้ววันหนึ่ง
พระผู้เจ้าก็เกิดเห็นใจในรักของชายหนุ่ม
และตกลงที่จะ(ประทาน)พรให้แก่เข า
พระผู้เป็นเจ้าได้ถามชายหนุ่มว่า
“เจ้ายอมที่จะแลกพรนี้ด้วยชีวิตของเจ้าไหม”
ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่า “ ผมยอมครับ”
พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า “งั้นดีฉันจะให้คนรักของเจ้าฟื้นขึ้นมา
แต่เจ้าต้องแลกกับการกลายเป็นแมลงปอเป็นเวลา 3 ปี เจ้าจะตกลงยอมไหม”
ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้น แต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ผมยอมครับ”
ฟ้าสางแล้ว
ชายหนุ่มได้กลายเป็นแมลงปอสวยงามตัวหนึ่ง
เขาบอกลาพระผู้เป็นเจ้าแล้วรีบบินกลับไปที่โรงพยาบาล
หญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆ
มีนายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ข้างๆ เธอ คุยเรื่องอะไรกันสักอย่างหนึ่ง
แต่ช่างเสียดายที่เขาไม่สามารถที่จะได้ยิน..
หลายวันผ่านไป
หญิงสาวแข็งแรงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
แต่เธอดูไม่มีความสุขเลย เธอออกตระเวนหาข่าวคราวของชายหนุ่ม
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มหายไปอยู่ที่ไหน
หญิงสาวยังไม่ละความพยายามที่จะตามหาชายคนรักของเธอ
ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในร่างของเจ้าแมลงปอได้(แต่)บินวนเวียนอยู่รอบตัวหญิงสาวไม่ห่าง
(ทว่า)เขาไม่สามารถที่ส่งเสียง ไม่สามารถโอบกอด(เธอ)
เขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองดูหญิงสาวไม่ให้คาดสายตาเท่านั้น
ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว
ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้ปลิวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่
เจ้าแมลงปอจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว
นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาว
เขาอยากใช้ปีกของเขาลูบใบหน้าของหญิงสาว
อยากใช้ปากเล็กๆ จูบที่หน้าผาก
แต่อย่างไรก็ดีร่างเล็กบอบบางในคราบของแมลงปอ
ก็ไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาวได้
แค่พริบตา ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน
เจ้าแมลงปอรีบบินกลับมาหาคนรักของเขา
เพื่อจะพบว่าร่างอันคุ้นตานั้น บัดนี้ได้ยืนเคียงคู่อยู่กับชายรูปร่างสันทัดคนหนึ่ง
ภาพๆ นั้นทำให้เจ้าแมลงปอเกือบจะบินตกลงมาจากอากาศเลยทีเดียว
ชาวบ้านต่างกล่าวขานถึงเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทำให้ได้พบกับแพทย์หนุ่มที่น่ารัก และ ใจดี คนนั้น
และยังกล่าวถึงความรักของคนทั้งคู่ที่เหมือนถูกกำหนดมาอย่างไรอย่างนั้น
แน่นอนพวกเขายังคงพูดถึงหญิงสาวที่สดใสร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก
เจ้าแมลงปอรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก
หลังจากนั้นไม่กี่วัน
แมลงปอเห็นแพทย์หนุ่มผู้นั้นพาคนรักของตนไปชายทะเลเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น
พลบค่ำก็อยู่(ที่)ชายหาดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก
แต่สำหรับเขาแล้ว
นอกจากบินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาวแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
หน้าร้อนของปีนี้ช่างยาวนานนัก
เจ้าแมลงปอบินต่ำลงๆ ทุกวันด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด
เขาไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะบินเข้าใกล้ หญิงอันเป็นที่รัก
ท่าทางการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของคนทั้งคู่
เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก
ย่างเข้าฤดูร้อนของปีที่ 3
เจ้าแมลงปอไม่ค่อยไปเฝ้าดูคนรักของเขาแล้ว
บ่าของเธอบัดนี้ถูกโอบกอดด้วยมือของแพทย์หนุ่ม
ใบหน้าถูกประทับจูบอย่างเบาๆ จากเขาผู้นั้น
ดูท่าทางแล้วไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะมีเวลาที่จะไปคิดถึงแมลงปอที่เจ็บปวดตัวหนึ่ง
ยิ่งไม่มีทางที่จะไปคิดถึงอดีตสิ่งที่ผ่านไป
วันครบรอบปีที่ 3 ที่พระผู้เป็นกำหนดไว้ใกล้มาถึงแล้ว
คนรักของเจ้าแมลงปอกับนายแพทย์หนุ่มได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันสุดท้ายนั้นเอง
เจ้าแมลงปอค่อยๆ บินเข้าไปในโบสถ์ และไปเกาะที่บ่าของพระผู้เป็นเจ้า
เขาได้ยินเสียงของคนรักที่ดังมาจากข้างล่างตอบรับคำสาบานของพระผู้เป็นเจ้าว่า
“ฉันยอมรับ”
เขาเห็นแพทย์หนุ่มคนนั้นสวมแหวนให้คนรักของเขา
ตามด้วยจุมพิตที่แสนหวานของคนทั้งคู่
เจ้าแมลงปอปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา
พระผู้เป็นเจ้าถามแมลงปอว่า “เจ้ารู้สึกเสียใจไหม”
เจ้าแมลงปอเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า “เปล่า”
พระผู้เป็นเจ้าถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า
“งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ได้กลับเป็นเจ้าคนเดิมแล้ว”
เจ้าแมลงปอส่ายหน้าอย่างช้าๆ ก่อนตอบว่า
“ขอผมเป็นแมลงปออย่างนี้ไปตลอดชีวิตเถอะครับ”
บางบุพเพ(ชะตา) ถูกกำหนดมาเพื่อที่ต้องสูญเสียไป
บางบุพเพ [...]

เพราะ…อารมณ์ของนาฬิกากับพระอาทิตย์

September 25, 2007

ต้อมแต้มบล็อกวันนี้ฉันอัพเพื่อหล่อนเลยนะ
     ”ฝนไม่เห็นอัพบล๊อคเลย รออ่าน … รออ่าน”  ฉันได้ยินประโยคแบบนี้แทบทุกวันเลยแก
     ฉันคิดไม่ออก…ไม่มีอะไรให้มันเก็บมาเขียนเป็นเรื่องเป็นราวได้เลย เมื่อก่อนฉันเป็นคนนึงที่ชอบอ่านเรื่องที่นักเขียนหลายคนพูดถึงสิ่งแค่เล็กๆน้อยๆที่อยู่รอบตัว ฉันว่าเค้ารู้จักมองมันในมุมที่น่าสนใจ ดูมีชีวิตชีวา และสวยงาม ฉันจึงมักจะเขียนเรื่องจากสิ่งที่ฉันเห็นสิ่งเล็กๆที่ทำให้ชีวิตคนเรายิ้มได้และสุขใจ
     ถ้าให้ฉันพูดแบบสวมหน้ากาก ฉันคงบอกแกว่า ฉันงานเยอะ เลยไม่ได้มีเวลามาอัพ แต่เรื่องจริงมันอยู่ที่อารมณ์ว่ะแก งานเขียนที่ดีมักออกมาจากจิตใจที่เข้มแข็ง(พี่เพลงดาบเคยบอกไว้อย่างนั้น)
     งั้นแกลองอ่านเรื่องที่ฉันคิดวนเวียนอยู่เมื่อคืนดีม่ะ
     เมื่อวานฉันปริ๊นเรื่องเก่าๆในสเปดมานั่งอ่าน ฉันว่ามันน่าขันแก ภาษาที่ใช้ดูเบบี๋มากเลย คิดยังไงพูดออกมาแบบนั้น นั่งมองความคิดของตัวเองอยู่นาน ความคิดที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เวลาที่มันไม่เคยหยุดเดินเลย พอฉันคิดแบบนั้น ฉันก็คิดถึงคำว่าขยันขึ้นมา ขยันที่เกิดขึ้นจากมนุษย์เป็นผู้ประดิษฐ์ เช่นนาฬิกา เดินหมุนเป็นวงกลมเดินอยู่ตลอด(ถ้าถ่านไม่หมดไปซะก่อนนะ) ขยันที่เกิดจากธรรมชาติ เช่นพระอาทิตย์ ขึ้นในตอนเช้า ทุกเช้า ตกในตอนค่ำ เวียนไปทุกวันเลยแก เห็นถึงความขยันมั๊ย
     หรือเพราะพระอาทิตย์กับนาฬิกาไม่มีความรู้สึกรึป่าวแก เค้าถึงไม่คิดถึงเรื่องอื่นนอกจากหน้าที่ตนเอง ซึ่งตอนนี้ฉันเองก้ไม่คิดจะทำอะไรเลยนอกจากทำตัวเป็นเหมือนนาฬิกาหรือพระอาทิตย์ ตื่นเช้ามาทำงาน พักกลางวันกินข้าวเย็นกลับบ้าน ฉันไม่ได้ร้อนรน ไม่ได้ขวนขวาย ชีวิตมันไหลไปแต่บางที่ก้เหมือนไร้เป้าหมาย
     ไอ้เจ้าความคิดวนเวียนแบบเนี๊ยะแหละแก ที่มันเกิดขึ้นกับฉันในตอนนี้ อาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันมักจะตื่นขึ้นมาตอนตีสามตีสี่อยู่บ่อยๆ แล้วก็พลาดทำให้นอนไม่หลับจนรุ่งเช้า บางครั้งก็ดูหนังเก่าๆที่มีอยู่ ดูแล้วดูอีก ดูมันอยู่อย่างนั้น บางครั้งก็ฟังเพลง แล้วก็ฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่างเมื่อคืน ตีสองที่ฉันตื่นขึ้นมา ฉันฟังเพลงใจบางๆ เวอร์ชั่นที่โจ้ร้อง [...]

จดหมายน้อยถึงขอนลอย

September 6, 2007

                                                                               31 กรกฎาคม 2550                      
Dear แม่ขอนลอยเพื่อนเลิฟ… นี่เพลงโปรดหล่อนใช่มั๊ยยะ…ฉันมาร้องให้ฟัง
++ Way Back into Love – Hugh Grant ++    
I’ve been living with a shadow overhead                     
I’ve been sleeping with a cloud above my bed              
I’ve been lonely for so long                                         
Trapped in the past, I just can’t seem to move on            
I’ve been hiding all my hopes and dreams away           
Just [...]

มนุษย์…สิ่งมีชีวิตที่ต่างจากแมว

August 23, 2007

คุณเคยสงสัยกันมั๊ย ว่าทำไมแมวชอบเอาตัวเอาหัวมาถูแข้งถูขาเรา?
แมวคิดไรอยู่?                       
         ตามทฤษฏีที่ฉันก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพิสูจน์มาเค้าว่าที่แมวทำแบบนั้นเพราะเค้าต้องการแสดงความเป็นเจ้าของ และแสดงอาณาเขตของมัน เวลาที่แมวมาคลอเคลียกับเราเค้าจะปล่อยกลิ่นที่แสดงอาณาเขตเอาไว้ แต่เพราะเราอาบน้ำทุกวันรึเปล่า กลิ่นที่น้องแมวทำไว้เลยหาย เลยต้องถูกันซะทุกวันทุกครั้งที่เจอหน้า(เดาเอาเองนะ)ก่อนที่จะรู้ทฤษฎีนี้ และถึงแม้จะรู้แล้วก็ตาม ฉันก็ยังเชื่อว่าที่แมวทำแบบนั้นเพราะเค้า “รัก” เรา          
         เคยมียายคนนึง เป็นคนจร ซึ่งก็หมายถึงไม่มีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่ง ทุกวันยายจะมานั่งอยู่หน้าองค์การโทรศัพท์นางเลิ้ง มันเป็นภาพที่ฉันเห็นจนชินตาตั้งแต่ที่ฉันเริ่มวิ่งเล่นมาจนถึงหน้าปากซอยบ้านได้เลยคะ ยายจรผมสีเทาๆ (ขาวๆดำๆ) ตัวท้วมๆ นั่งอยู่ริมรั้วที่เดิม… ที่เดิม…ที่เดิม… ตอนนั้นฉันยังเด็กทุกครั้งที่ไปตลาดต้องเดินผ่านยายจร ฉันต้องเอามืออุดจมูกทุกที บางครั้งก็กลั้นลมหายใจเอาไว้ เพราะตัวยายเหม็นมาก จะมีแต่กลิ่นคาวปลาทู                        
         ทุกวันยายคนจรจะนั่งขอทาน เพื่อนำเงินไปซื้อปลาทูมาคลุกข้าวให้แมวกินซึ่งนั่นก็หมายถึงยายกินกับแมวด้วย  ตอนกลางคืนไม่รู้ยายไปนอนที่ไหน ยายมีเพียงกระสอบสีขาวขุ่นๆ พร้อมกับไม้เท้าเก่าๆ 1 อัน รอบกายรายล้อมไปด้วยแมว จะนั่งจะขยับตัวก็มีแต่แมวอยู่เต็มไปหมด ฉันลองนับๆไม่เคยต่ำกว่า 5-6 ตัว
         ผู้ใหญ่เคยเล่าว่า ยายคนจรมีลูกสาวแต่พอโตก็ทอดทิ้งยายให้โดดเดี่ยว ทุกวันที่เหลืออยู่ของยายจึงมีเพียงแมว ทุกตัวล้วนคลอเคลียถูแขน ถูขาบ้างนั่งตัก ไต่หลัง แววตาที่เหม่อมองไปไกลบนท้องฟ้า มือก็พลางลูบหัวลูบตัวเจ้าแมวน้อย เหมือนแมวเป็นเด็กเล็กๆ
         จะมีใครสักกี่คนที่มองเห็นและใส่ใจกับแมวจรจัดข้างถนน ฉันเองก็เคยไม่ใส่ใจเช่นกัน จนวันนึงถ้าคุณมีโอกาสเอาหน้าแนบลงกับพื้น สายตาของคุณอาจมองเห็นบางอย่างเหมือนกับที่ยายมองเห็น [...]