ฤดู(ของ)ฝน
ฤดูไหน…ฤดูไหน…ก็ฤดู(ของ)ฝน

Jan
23
I will not make the same
mistakes that you didI will not let myself
cause my heart
so much misery

I will not break
the way you did
you fell so hard

I’ve learned the hard way
to never let it get that far

Because of you,
I never stray too
far from the sidewalk

Because of you
I learned to play
on the safe side
so I don’t get hurt

Because of you
I find it hard to trust
not only me, but everyone around me

Because of you
I am afraid….

I lose my way
and it’s not to long before you
point it out

I cannot cry
because I know that’s weakness
in your eyes

I’m forced to
fake a smile, a
laugh, every day
of my life

My heart can’t possibly break when
it wasn’t even whole to start with

Because of you
I never stray too
far from the sidewalk

[Because Of You lyrics on http://www.metrolyrics.com]

Because of you
I learned to play
on the safe side
so I don’t get hurt

Because of you
I find it hard to trust
not only me, but
everyone around me

Because of you
I am afraid

I watched you die
I heard you cry
every night in your sleep

I was so young
you should have known better
than to lean on me

You never thought
of anyone else you just saw
your pain

And now I cry in
the middle of the night
for the same damn thing

Because of you
I never stray too far from the
sidewalk

Because of you, I
learnt to play on the safe side
so I don’t get hurt

Because of you
I try my hardest just to
forget everything

Because of you
I don’t know
how to let
anyone else in

Because of you
I’m ashamed of my life
because it’s empty

Because of you I am afraid
….Because Of you….

Jan
21

21 อีกแล้ว ดีใจ

     มันเริ่มขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน ฉันหลงเชื่อว่าวันที่ 21 เป็นวันพิเศษ มันเป็นวันที่มีบางสิ่งเริ่มต้น บางอย่างห่างหาย และที่สำคัญมันทำให้ฉันมีความสุข

     ฉัน ยิ้ม หัวเราะ คิดถึง เศร้า ร้องไห้ น้อยใจ เขินอาย รอคอย หลายๆอารมณ์หมุนเวียนมาในทุกๆวันที่21 ฉันเรียกวันที่ 21 ว่า”วันแห่งการเรียนรู้” จริงๆมันอาจเป็นวันไหนก็ได้ของชีวิตเรา เพียงแต่กับฉัน เริ่มคิดถึงความสำคัญของมันได้ในวันนั้น วันที่21

     21 แรก ของฉันเริ่มต้นจากการเปิด และปรับเปลี่ยนความคิด ยังไม่ทันตั้งตัว ก็มีบางอย่างเกิดขึ้นในชีวิต บางอย่างที่ทำให้ยิ้มสุขใจได้ บางอย่างที่สอนให้รู้จักเรียนรู้และจดจำอดีตแต่ไม่ใช่ยึดติดกับอดีต บางอย่างนั้นช่วยแนะนำและเดินเคียงข้างกันนับตั้งแต่วันนั้น บางอย่างที่ทำให้ฉันเรียนรู้ และอยากเรียนรู้ในทุกๆวันที่ 21

    วันนี้ 21 อีกแล้ว ฉันมีบางสิ่งที่เรียนรู้ได้ในวันนี้ มีอยู่หนึ่งประโยคที่หวนคิดถึง

     “ถ้าไม่ทำความเข้าใจ ก็ต้องทำใจ”

     แต่บางสิ่งกระซิบบอกฉันว่า เค้าอยากให้ฉันทำความเข้าใจไม่ใช่ทำใจ ในตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้น ถ้าเราทำความเข้าใจ นั้นหมายความว่าเราไม่ทุกข์ ถ้าต้องทำใจหมายความว่าฉันผิดหวังเลยต้องทำใจ แต่เอาเข้าจริง ฉันกลับมองอีกอย่างเพราะฉันอาจเป็นคนโลภทางความคิด เพราะฉันว่ามันต้องมาคู่กัน เหมือนมันเอื้อซึ่งกันและกัน

     อย่างเช่น

     ชายหญิงหนึ่งคู่ คบหากันมา แล้ววันนี้เป็นวันพิเศษ วันครบรอบวันสำคัญ หญิงสาวรอคอย วันแสนพิเศษแห่งความทรงจำ มันต้องหอมหวาน และแสนดีที่สุด แล้วสุดท้ายมันกลายเป็นวันแสนจะธรรมดายิ่งกว่าวันไหน เพราะฝ่ายชายติดงาน มีธุระยุ่งมากมาย ตอนเย็นต้องไปกินเลี้ยงกับที่ทำงานต่อ นั่นแหละ เป็นคุณจะ ทำความเข้าใจ หรือทำใจ

     ในมุมของฉันหญิงสาวต้องทำความเข้าใจ เหตุผลของเรื่องงานยากจะเปลี่ยนแปลง เป็นความรับผิดชอบ ในชีวิตที่มนุษย์พึงกระทำ แล้วในขณะเดียวกันหญิงสาวต้องทำใจ เพราะแน่นอนเธอผิดหวัง สุดท้ายเธอต้องทั้งเข้าใจและทำใจไปพร้อมๆกัน

     หลายคู่ในความคิดฉันที่อาจเกิดปัญหาเพราะ ฝ่ายชายมองเห็นแต่ประโยคที่ว่า ต้องทำความเข้าใจ และฝ่ายหญิงเองก็มองเห็นแต่ว่า ต้องทำใจ เหมือนที่เราๆเคยได้ยินว่า ผู้ชายมักจะลืม ลืมมันไปซะทุกเรื่อง แล้วผู้หญิงก็ช่างจำ จดจำมันไปซะทุกเรื่องเช่นกัน นั่นแหละเลยเป็นปัญหา

     ถ้าฉันให้การทำความเข้าใจเป็น เหตุผล แล้วการทำใจเป็นอารมณ์ คราวนี้ถ้าคุณนั่งอยู่บนเรือกำลังจะข้ามแม่น้ำ คุณจะพายเรือข้ามไปด้วยเหตุผลหรืออารมณ์  ถ้าพายด้วยเหตุผล คุณอาจข้ามไปได้แต่คุณไม่รู้เลยว่าทุกฝีพายของคุณที่จ้วงพายทำให้น้ำขุ่นมัว หรือถ้าคุรเลือกที่จะพายข้ามไปด้วยอารมณ์ เรือคุณมันคงโคลงเคลงไม่รู้ว่าจะล่มลงเมื่อไหร่

ป.ล.วันหลังมาต่อ วันนี้อารมณ์ขุ่นมัว มิสามารถต่อได้ เศร้าง่ะ กรำ

Jan
15

     เมื่อกี้ฉันสติแตก

     30นาทีก่อนหน้า ฉันเดินวนไปวนมาอยู่ชั้นหนึ่งหน้าลิฟของออฟฟิต ฉันไม่ได้รอใคร ไม่ได้รีบร้อน แต่ฉันแค่ครุ่นคิด เหมือนกำลังพยายามดับกองไฟด้วยน้ำที่มีอยู่ในมือแค่น้อยนิด

     “พี่สอนฝนกี่รอบแล้วเนี่ยะ” สิ้นประโยคของหญิงสาวผู้เป็นหัวหน้า เสียงในแผนกที่ดังเหมือนช่วงสิ้นค้าลดราคาตอนสิ้นปีก็เงียบสนิท

     “ฝนเข้าใจที่พี่สอน แต่สูตรที่พี่ให้ทำมันไม่มี” ฉันเอ่ยค้านความคิดของหัวหน้า

     “ไม่มีทำไมไม่หาล่ะ”

     “เมื่อวานพี่ไม่ได้เข้าออฟฟิต”

     “ทำไมเนี่ยะ สอนกี่ทีแล้ว ทำไมไม่จด ก็เนี่ยะ ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้” กระดาษหนึ่งปึกที่ฉันเฝ้าเพียรทำมาเป็นอาทิตย์ถูกโยนลงบนโต๊ะ แล้วด้วยแรงกระแทกกระดาษปึกนั้นก็กระจายไปทั่วโต๊ะและหล่นมากองอยู่ที่พื้น

     “พี่คะไม่ใช่ว่าฝนทำไม่เป็น หรือไม่คิดจะทำ แต่ที่ให้ทำมันไม่มีและเมื่อวานพี่ก็ไม่ได้มา” ฉันรู้ตัวว่าเป็นเด็ก แต่เด็กมีความคิดได้ มีความรู้สึก และที่สำคัญ ลูกน้องไม่ใช่ถังขยะ

     แล้วฉันก็สติแตก

     ประตูห้องถูกปิดลง ประตูลิฟเปิดออก ฉันก้าวเข้าไป ยังไม่รู้จะเดินไปไหน แค่คิดว่าการเป็นผู้ใหญ่นอกจากต้องมีความรับผิดชอบแล้ว มันควรจะต้องทำยังไงอีก ที่สำคัญฉันควรจะ นิ่ง และใจเย็นๆ ฉันเดินวนไปวนมาเพราะห้างยังไม่เปิด ในใจคิดแต่ว่ากลับบ้านไปเลยดีมั๊ย เพราะยังไงก็ต้องออกจากงานตอนสิ้นเดือนอยู่แล้ว แต่อีกใจก็คิดว่าจะอีกแค่วันอาทิตย์เดียว วันเดียว หรือเหลือแค่ชั่วโมงเดียว งานก็คืองาน ความรับผิดชอบยังคงอยู่กับตัวเราเสมอ

     และแล้วก็เดินวนต่อ ประตูลิฟก็เปิดขึ้นอีกครั้ง ฉันก้าวออกมาแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ กระดาษที่กระจายถูกเก็บรวมไว้ที่โต๊ะเช่นเดิม ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนเก็บ เลยไม่รู้จะเอ่ยคำขอบคุณกับใคร

     แต่อารมณ์ฉันมันก็ยังไม่พร้อมจะเริ่มต้นทำงานได้ต่ออยู่ดี ฉันเดินไปที่ห้องครัว นั่งกินข้าว กิน กิน กิน พยายามจะทำอะไรให้อารมณ์ตัวเองมันดีขึ้น นิ่งๆ แล้วก็กลับเข้ามาทำงานต่อ

     ฉันเริ่มเอากระดาษ(สูตรการผลิต)เจ้าปัญหา ที่มันมีไม่ครบถ้วนอย่างที่หัวหน้าฉันต้องการ มาจัดเรียงใหม่ พี่คนนึงในแผนกเดินมาลูบหัว ไม่ได้พูดอะไร และฉันก็ไม่ได้เอ่ยอะไรกลับไปเช่นกัน

     จริงๆฉันอยากจากที่นี่ไปแบบสวยงาม ความทรงจำที่ดีสำคัญกับฉันเสมอ แต่วันนี้ฉันรู้สึก แม้ฉันจะเป็นลูกน้อง ฉันก็รู้สึก

     ฉันได้อ่านเรื่องราวของพี่ชายคนนึงเขาเขียนถึงหญิงสาวที่เจอในร้านกาแฟ หญิงสาวสนทนากับชายคนรักผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่พักใหญ่ แล้วเธอก็ถูกบอกเลิกเพราะเธอทำบางอย่าที่ผิดพลาดไป พี่ชายว่าคนเราไม่ใช่ว่าจะต้องมองหาคนที่ไม่ทำผิดแต่น่าจะมองหาคนที่ เข้าใจในความผิดของตนเองและความผิดของคนอื่นมากกว่า ซึ่งฉันเองก็เห็นด้วย

     ฉันยังจำได้ว่าฉันเม้นให้พี่ชายว่า “คนเราเกิดมามีใครบ้างไม่เคยทำผิด” ประโยคนั้นฉันได้ยินบ่อยๆ แล้ววันนี้ฉันก็นึกถึงประโยคนั้นอีกครั้ง

     พี่ค่ะ วันนี้ฝนเพิ่งมองเห็นรอยเท้าของตัวเองบนพื้นดินที่ล่วงผ่าน รอยเท้าที่พี่พยายามชี้บอกให้ย้อนมองเสมอ ก่อนที่เราจะตัดสินใจก้าวเดินไปทางไหน ยามที่เราก้าวเราอาจแค่ต้องการเดินผ่านทางนั้นไปให้ได้ แต่หลายต่อหลายครั้งที่เราไม่เคยรู้เลยว่าทางที่เราเดินไปนั้น เท้าเราเหยียบย้ำอะไรและหลงเหลือล่องรอยอะไรเอาไว้ให้คนต่อไปพบเห็น

     บางสิ่งที่พี่บอก บางอย่างที่ฝนเพิ่งเข้าใจ ขอบคุณนะคะ

    

    

Dec
27

เนื้อเพลง มีแต่คิดถึง – เบิร์ด ธงไชย

img_6556.jpg 

เหม่อมองไกล ไปถึงดาว
ที่เคยจองเป็นดาวของเรา
ก็ยังคงอยู่ที่เดิมให้พบเจอ
อยู่ตรงนี้มองเห็นดาว
และดวงดาวคงมองเห็นเธอ
อย่างน้อยเราอยู่ใต้ดาวดวงเก่าเดียวกัน

img_6561.jpg*หวังว่าเธอคงสุขดี อยู่ตรงนั้นเจอสิ่งดีดี
ฉันคงมีเพียงสิ่งเดียวทุกวัน
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
อยู่ทุกครั้งที่มองดาว
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
เรื่องวันวานและฝันของเรา
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
และบ่อยครั้งก็ทำให้เหงา
คิดถึงเธอ….คิดถึงเธอ
(*)

เฝ้าแต่คิดถึง ได้แต่คิดถึง
สิ่งที่สองเราเคยมี
เฝ้าแต่คิดถึง ได้แต่คิดถึง
นึกทีไรก็ยิ้มทุกทีimg_6567.jpg
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
อยากให้เธอได้อยู่ตรงนี้
คิดถึงเธอ….คิดถึงเธอ
คิดถึงเธอ….คิดถึงเธอ

Dec
26

 เนื้อเพลง: รักคือฝันไป
อัลบั้ม: เพลงประกอบภาพยนตร์ แฟนฉัน
ศิลปิน: สาวสาวสาว
 

รักมิใช่ ดวงดาว เมื่อพราวแสง
ใช่ร้อนแรง ดั่งแสง อาทิตย์ส่อง
รักมิใช่ภูผา สุดจับจอง
ใยใครมอง หารักกันทำไม

รักบางครา พาใจข้าเศร้าหมอง
บางครั้งจอง ให้ใจ ฉันสุขสันต์
เมื่อมีรัก ไม่จริง ใจต่อกัน
ทุกคืนวัน ผ่านมา ฉันฝันไป

 

รักคือดวงจันทร์ (รักคือดวงจันทร์)
รักคือตะวัน (รักคือตะวัน )
รักคือไฟอัน ร้อนแรง ไร้จุดหมาย
แต่รักฉัน คือฝันไป
ค่ำลงดวงใจ ฉันได้แต่ฝัน

 

รักมิใช่ ดวงดาว เมื่อพราวแสง
ใช่ร้อนแรง ดั่งแสง อาทิตย์ส่อง
รักมิใช่ภูผา สุดจับจอง
ใยใครมอง หารักกันทำไม

 

รักบางครา พาใจข้าเศร้าหมอง
บางครั้งจอง ให้ใจ ฉันสุขสันต์
เมื่อมีรัก ไม่จริง ใจต่อกัน
ทุกคืนวัน ผ่านมา ฉันฝันไป

 

รักคือดวงจันทร์ (รักคือดวงจันทร์)
รักคือตะวัน (รักคือตะวัน )
รักคือไฟอัน ร้อนแรง ไร้จุดหมาย
แต่รักฉัน คือฝันไป
ค่ำลงดวงใจ ฉันได้แต่ฝัน

Dec
19

ได้รับmail ข้อความดีๆ น่ารักๆนี้ มาจากเพื่อน

ลองอ่านกันดูนะคะ

1.jpg     2.jpg

3.jpg     4.jpg

5.jpg     6.jpg

7.jpg     8.jpg

9.jpg     10.jpg

11.jpg     12.jpg

13.jpg     14.jpg

15.jpg     16.jpg

17.jpg     18.jpg

 

Dec
10

t2.jpg t4.jpg t5.jpg t6.jpg t7.jpg t8.jpg t9.jpg t10.jpg t11.jpg t12.jpg t14.jpg t21.jpg  t29.jpg t27.jpg t25.jpg t33.jpg t34.jpg t31.jpg t32.jpg t35.jpg t37.jpgt36.jpg t38.jpg t42.jpg t45.jpg t44.jpg t48.jpg t43.jpg t1.jpg t39.jpg t50.jpg

Dec
07

เพลง : หมอกหรือควัน
ศิลปิน : เล็ก – สุรชัย กิจเกษมสิน feat. ฆ้อง มงคล

หมอกจางจางและควัน
คล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้ 
อยากจะถามดู 
 ว่าเธอเป็นอย่างหมอกหรือควัน

*  หมอกจะงดงามและทำให้เยือกเย็น  
แสนจะเย็นสบายเมื่อยามเช้า
ถ้าเป็นควันไฟถึงจะบางเบา
หากเข้าในตาเรา  ก็คงจะทำให้เสียน้ำตา

**  เธอเป็นยังไงจึงอยากรู้ 
เพราะฉันดูเธอไม่ออก  ยังคงไม่เข้าใจ 
บางทีเธอเป็นเช่นหมอกขาว   
และบางคราวเธอเป็นเหมือนควัน
ฉันนั้นชักไม่มั่นใจ 
เพราะถ้าฉันต้องเสี่ยงกับควันไฟ
จะเตรียมตัวและเตรียมใจ   
ถอนตัวเพราะว่ากลัวจะเสียน้ำตา
( ซ้ำ * / ** )

ถอนตัวเพราะว่ากลัวจะเสียน้ำตา      
จะถอนตัวก็เพราะว่ากลัวจะเสียน้ำตา

Dec
04

จำได้ว่าวันแรกที่พี่สาวพานิ้งมาที่บ้าน ฉันเพิ่งอยู่ม. 1 นิ้งเพิ่ง 3 เดือน

ฉันนั่งเล่นอยูที่ชานบ้านกับนิดหน่อยน้องสาวฝาแฝดบ้านตรงข้าม

พอเราสามคนเห็นนิ้งก็ชอบกันใหญ่ เพราะความที่เค้าตัวขาว ขนปุยทั้งตัว

มีแค่ตรงตาที่เป็นสีน้ำตาลคล้ายกับใส่แว่นตาตลอดเวลา

นิ้งเป็นสุนัขพันธุ์ทางเพศเมีย (ผสมระหว่างเทอร์เรียกับสปิต)

แต่ที่บ้านทั้งแม่และคุณป้า ก็ดุพี่สาวใหญ่ว่าไม่ให้เลี้ยงสุนัข

เพราะที่บ้านเลี้ยงไว้หลายตัวแล้ว

คืนแรกของนิ้งที่บ้านเรา…

แม่เอากล่องกระดาษมา ไล่ให้นิ้งลงไปอยูในลังนิ้งก็กลัวไม่ยอมลง

แม่แกล้งเอาตระกล้าผ้ามาครอบนิ้งไว้ มันก็นิ่งสักพักก็หาทางออกมาจนได้

นิ้งเป็นหมาซื่อสัตย์และฉลาดมาก จะยกมือไหว้เมื่อเค้าต้องการจะขออะไร

ทั้งขอของกินและเวลาที่เค้าต้องการออกจากบ้านไปเข้าห้องน้ำ

นิ้งคอยเฝ้าบ้านทุกวัน และจะขู่เวลาที่มีคนมาหยิบของที่บ้าน เพราะเค้าหวงของ

ครอบครัวเรารักนิ้งมาก

อ่อ…เกือบลืมที่เค้าได้ชื่อว่านุ้งนิ้ง เพราะว่าตอนนั้น นิ้ง กุลสตรี ดารากำลังดัง

ซึ่งเป็นคนที่บุคลิกเรียบร้อย

ฉันคิดว่าพ่อคงอยากให้นุ้งนิ้งเรียบร้อยแบบนั้น

เลยตั้งชื่อว่านุ้งนิ้ง(กุลสตรี บุนนาค) เป็นน้องสาวคนสุดท้องของบ้านเรา

เราอยู่บ้านที่โบ๊เบ๊ได้ 6 ปีนับจากวันที่นิ้งมา

หลังจากนั้นก็ย้ายมาอยู่ที่ร่มเกล้านิ้งไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน

เพราะบ้านใหม่ไม่มีที่ให้นิ้งวิ่งเล่นเหมือนเดิม

ไม่รู้ว่านิ้งจะเข้าใจเหตุผลที่ครอบครัวเราต้องย้ายบ้านรึเปล่า

แต่ฉันรู้ว่านิ้งคงชอบบ้านเก่ามากกว่า เพราะฉันเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน

หลังจากย้ายบ้านมาร่มเกล้าอีกไม่ถึงปี

ฉันก็ไปอยู่หอที่รังสิต เพราะสอบเอ็นทรานติดที่นั่น

พ่อต้องไปอยู่ที่อื่น พี่สาวไปอยู่กับเพื่อน

บ้านเราแยกกันคนละทาง

นิ้งเลยต้องอยู่กับแม่ เพราะฉันเอานิ้งมาเลี้ยงที่หอไม่ได้

ฉันรู้ว่านิ้งเหงา

ไม่นานนักพี่สาวเอาหมาตัวใหม่มาอีกตัว พันธุ์ ดาเมนเชี่ยน เพศผู้

ชื่อเนื้อสัน

แรก ๆ นุ้งนิ้งไม่ชอบ คงเพราะมันอิจฉากัน

แล้วเนื้อสันก็ชอบแกล้ง

เวลาที่นิ้งนอนอยู่ที่พื้น มันชอบขึ้นไปบนเตียงนอนแล้วกระโดพุ่งลงมันทับนุ้งนิ้ง

ตอนนั้นมันทำได้เพราเนื้อสันยังเด็ก

ต่อมาไม่นานเนื้อสันป่วย และชักบ่อย

หมอบอกว่าเนื้อสันเป็นคล้ายกับเวลาที่เด็กเป็นออทิสติก

มันเริ่มซึมและเก็บตัว

นิ้งมักจะอยู่ใกล้ๆ เนื้อสันตลอด

ฉันรู้ว่านิ้งเป็นห่วงน้อง เพราะน้องจะชักบ่อย ๆ

และเค้าก็อยู่บ้านกันแค่ 2 ตัว

แม่ไปขายของทุกวัน มันคงเหงากัน

อีก 3 ปีถัดมาสันก็ตาย

แม่เล่าให้ฟังว่าแม่กลับมาถึงบ้านเนื้อสันนอนหมดแรงอยู่แต่ยังไม่ตาย

แม่คิดว่ามันคงชักเหมือนทุกวัน

เลยเช็ดตัวทำความสะอาด เลยถือโอกาสตัดเล็บให้

เพราะเวลาปกติมันดิ้นไม่ยอมให้ตัดง่ายๆ

แต่แม่ก็ตกใจเพราะไม่กี่นาทีต่อมาเนื้อสันก็ไม่หายใจ

“เนื้อสันตายแล้วลูก” แม่โทรมาบอกฉันอย่างนั้น

ฉันได้แต่เสียใจ เพราะฉันไม่สามารถช่วยมันได้เลย

แม่เอาเนื้อสันไปฝังไว้ริมคลอง

ฉันรีบกลับบ้านแต่ไม่ทันได้เห็นมันอีกสักครั้ง

เช้าวันรุ่งขึ้นนิ้งหายไปจากบ้าน

แม่โทรบอกฉันและพี่สาว เพราะกลัวมันหายไปแล้วหาไม่เจอ

เราหานิ้งจนค่ำ เลยลองถามคนขับรถรับจ้างแถวบ้าน

เค้าว่าเห็นหมาตัวขาวนั่งอยู่ริมคลอง

แม่รีบตามไปดู

ภาพที่เห็นมันน่าเศร้า แม่ได้แต่ร้องไห้

นิ้งกำลังพยายามขุดดินตรงที่เป็นหลุมฝั่งศพของเนื้อสัน

มันคงไม่เข้าใจว่าเราเอาน้องไปฝั่งไว้ทำไม

นิ้งรู้ว่าน้องอยู่ใต้ดินตรงนั้นมันเลยพยายามเอาน้องออกมา

เราต้องเอาตัวนิ้งกลับมาที่บ้าน

ทั้งตัวเลอะเทอะไปด้วยดินจากที่ตัวขาว ขนปุย

ตัวดำเลอะดินจนไม่เหลือคราบเลย

นิ้งยังไปที่นั้นอีกหลายวัน

เค้าคงอยากไปรับน้องกลับบ้าน

เวลาผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว

ตอนนี้พี่สาวเอาหมาตัวใหม่มาอีกแล้ว

พันธุ์พุดเดิ้ล สีทอง เพศเมีย ชื่อหมูหยอง

แต่ฉันเรียกว่าหยองแหยง

เพราะมันซนและชอบกระโดด หยองแหยงไม่อยู่นิ่ง

คราวนี้นิ้งไม่สนใจหมูหยองเลย

ฉันเดาว่ามันคนแก่และเหนื่อยกับการที่ต้องพบ เจอ รัก ผูกพันธ์

และสุดท้ายต้องจบด้วยการจากลา

ตอนนี้นิ้งอายุ 10 ปีแล้ว

กลายเป็นคุณยายนิ้ง

เวลาเดินก็เหนื่อยง่าย ไม่มีแรงเล่นกันเหมือนแต่ก่อน

และฉันเองก็อยู่หอไม่ค่อยได้กับไปอยู่ด้วยกันกับนิ้ง

ฉันอยากให้นิ้งแข็งแรง

อยากมีบ้านอยู่เป็นของตัวเอง

จะได้รับนิ้งมาอยู่ด้วยกัน

คิดถึงจัง……..นุ้งนิ้ง(น้องสาวของฉัน)

ป.ล. เขียนเมื่อ ตุลาคม 2549 ตอนนี้น้องสาวยังคงแข็งแรงดี ผ่าตัดเนื้องอกไปหนึ่งรอบแต่ยังคงดี้ด้า หางกระดุ๊กกระดิ๊กเวลาเจอหน้าฉันเช่นเคย

Nov
30

 o.jpg n.jpg 

e.jpg p.jpg 

l.jpg k.jpg

m.jpg i.jpg 

g.jpg d.jpg

b.jpg c.jpg 

 f.jpg a.jpg  

h.jpg j.jpg