ฤดู(ของ)ฝน
ฤดูไหน…ฤดูไหน…ก็ฤดู(ของ)ฝน

Archive for August, 2007

มนุษย์…สิ่งมีชีวิตที่ต่างจากแมว

August 23, 2007

คุณเคยสงสัยกันมั๊ย ว่าทำไมแมวชอบเอาตัวเอาหัวมาถูแข้งถูขาเรา?
แมวคิดไรอยู่?                       
         ตามทฤษฏีที่ฉันก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพิสูจน์มาเค้าว่าที่แมวทำแบบนั้นเพราะเค้าต้องการแสดงความเป็นเจ้าของ และแสดงอาณาเขตของมัน เวลาที่แมวมาคลอเคลียกับเราเค้าจะปล่อยกลิ่นที่แสดงอาณาเขตเอาไว้ แต่เพราะเราอาบน้ำทุกวันรึเปล่า กลิ่นที่น้องแมวทำไว้เลยหาย เลยต้องถูกันซะทุกวันทุกครั้งที่เจอหน้า(เดาเอาเองนะ)ก่อนที่จะรู้ทฤษฎีนี้ และถึงแม้จะรู้แล้วก็ตาม ฉันก็ยังเชื่อว่าที่แมวทำแบบนั้นเพราะเค้า “รัก” เรา          
         เคยมียายคนนึง เป็นคนจร ซึ่งก็หมายถึงไม่มีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่ง ทุกวันยายจะมานั่งอยู่หน้าองค์การโทรศัพท์นางเลิ้ง มันเป็นภาพที่ฉันเห็นจนชินตาตั้งแต่ที่ฉันเริ่มวิ่งเล่นมาจนถึงหน้าปากซอยบ้านได้เลยคะ ยายจรผมสีเทาๆ (ขาวๆดำๆ) ตัวท้วมๆ นั่งอยู่ริมรั้วที่เดิม… ที่เดิม…ที่เดิม… ตอนนั้นฉันยังเด็กทุกครั้งที่ไปตลาดต้องเดินผ่านยายจร ฉันต้องเอามืออุดจมูกทุกที บางครั้งก็กลั้นลมหายใจเอาไว้ เพราะตัวยายเหม็นมาก จะมีแต่กลิ่นคาวปลาทู                        
         ทุกวันยายคนจรจะนั่งขอทาน เพื่อนำเงินไปซื้อปลาทูมาคลุกข้าวให้แมวกินซึ่งนั่นก็หมายถึงยายกินกับแมวด้วย  ตอนกลางคืนไม่รู้ยายไปนอนที่ไหน ยายมีเพียงกระสอบสีขาวขุ่นๆ พร้อมกับไม้เท้าเก่าๆ 1 อัน รอบกายรายล้อมไปด้วยแมว จะนั่งจะขยับตัวก็มีแต่แมวอยู่เต็มไปหมด ฉันลองนับๆไม่เคยต่ำกว่า 5-6 ตัว
         ผู้ใหญ่เคยเล่าว่า ยายคนจรมีลูกสาวแต่พอโตก็ทอดทิ้งยายให้โดดเดี่ยว ทุกวันที่เหลืออยู่ของยายจึงมีเพียงแมว ทุกตัวล้วนคลอเคลียถูแขน ถูขาบ้างนั่งตัก ไต่หลัง แววตาที่เหม่อมองไปไกลบนท้องฟ้า มือก็พลางลูบหัวลูบตัวเจ้าแมวน้อย เหมือนแมวเป็นเด็กเล็กๆ
         จะมีใครสักกี่คนที่มองเห็นและใส่ใจกับแมวจรจัดข้างถนน ฉันเองก็เคยไม่ใส่ใจเช่นกัน จนวันนึงถ้าคุณมีโอกาสเอาหน้าแนบลงกับพื้น สายตาของคุณอาจมองเห็นบางอย่างเหมือนกับที่ยายมองเห็น [...]

ต้นไม้ในอดีตกับมนุษย์เปลี่ยนสี

August 6, 2007

ภายใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ในสวนหลังบ้านชายชราและลูกสาวนั่งกันอยู่ที่นั่น ใต้ต้นไม้ต้นนั้น
ต้นไม้ปัจจุบันแตกต่างกับต้นไม้ในอดีตรึเปล่าคะพ่อ…??
หลังจบคำถามของลูกสาว น้ำยางใสๆก็ไหลออกมา…ต้นไม้คิดถึงอดีต
อดีตไม่มีมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ต้นไม้จึงแค่เติบโตแตกหน่อ ออกผล ทุกอย่างที่แวดล้อมสวยงาม ผีเสื้อ แมงปอ นกน้อยเป็นเพื่อนเล่น ร้องเพลงสุขใจทุกๆวันที่เติบโต ต้นไม้มีเพื่อนมากมายหลายต่อหลายต้นทั้งเฟื่องฟ้า ชบา ดอกแก้ว ชมพู่แล้วก็มะม่วงที่เติบโตเคียงข้างกัน แต่เพราะอะไรทำไมอยู่ดีๆเพื่อนๆค่อยๆหายไป เหลือแค่ตัวเค้า แม้แต่นกน้อยก็ห่างหาย เค้ากลายเป็นต้นไม้ปัจจุบันแล้วหรอ ? ต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลง ต้นไม้แผ่กิ่ง ยื่นแขนไปทางนี้ไม่ได้ มันอันตราย รถอาจชน ถ้ากิ่งก้านของเธอไปเกยบ้านคนอื่น เธออาจโดนตัดทุกๆวัน
“ชีวิตคนเรามันก็เหมือนกับต้นไม้…นั่นแหละลูก”
“ชีวิตที่เติบโต เหมือนต้นไม้ที่เติบใหญ่ทุกต้นล้วนปรับตัว ให้เข้ากับสภาพแวดล้อม” 
สายตาลูกสาวเหม่อมองไปไกลจนสุดทาง ในใจครุ่นคิดถึงความหมายที่พ่อสอน
อาจเหมือนกิ้งก่า จิ้งจก ที่เปลี่ยนสี พลางตัวเพื่อความอยู่รอด แต่เราเป็นมนุษย์ มนุษย์เปลี่ยนสีตามสภาพแวดล้อมไม่ได้(จิงหรอ) …เธอเริ่มเกิดคำถาม
ก่อนหน้านี้เธอเชื่อว่าไม่ได้ แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจในความคิด มนุษย์อาจเป็นสัตว์โลกที่เปลี่ยนสภาพได้ดีที่สุดก็เป็นได้ เหตุเพราะมนุษย์มีสมองที่ใหญ่และเยอะกว่าสัตว์อื่นรึเปล่า
มนุษย์เริ่มรู้จักประดิษฐ์ คิดค้นเพื่อความอยู่รอดและเรียนรู้ที่จะพัฒนาเพื่อความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการ แต่จากสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขัน มนุษย์เลยเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนสี(การปรับตัวอย่างหนึ่ง) ด้วยการเอาเปรียบ หลอกลวง ช่วงชิง ด้วยวิธีการต่างๆนาๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการของตนเอง เพราะเค้าต่างเชื่อว่านั่นแหละคือความสุขที่สุดของชีวิต
ปัจจัยอะไรที่มนุษย์ต้องการเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยแสงสี และมลภาวะใบนี้ คำตอบที่ได้มันจึงนอกเหนือจากปัจจัย 4 ที่เราๆคยได้ยินมาแล้ว
“อย่าได้โกรธคนอื่น ถ้าเค้าเอาเปรียบเรา เพราะเราเองก็อาจเคยเอาเปรียบเค้าเหมือนกัน”
“อย่าได้เสียใจกับสิ่งที่เราทำผิดพลาด เพราะบนโลกนี้ไม่ได้มีใครที่เก่งรอบด้านและเพียบพร้อมไปหมดทุกเรื่อง”
“อย่าได้ผิดหวัง [...]

ครึ่งนึงของตัวเรา

August 6, 2007

“สวรรค์ส่งเรามาเกิดเพียงครึ่งเดียว
ปล่อยอีกครึ่งนึงของตัวเราไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ 
เราต้องเสาะหาติดตามให้พบ…
เพราะเหตุนี้ มนุษย์กอดตัวเองไม่เพียงพอ
เราต้องกอดใครอีกซักคนและให้เค้ากอดตอบ
อ้อมแขนถึงจะสมบูรณ์” 
                       บทประพันธ์ : ว.วินิจฉัยกุล