ฤดู(ของ)ฝน
ฤดูไหน…ฤดูไหน…ก็ฤดู(ของ)ฝน

Archive for June, 2007

อาจไม่ต้องเอ่ย

June 20, 2007

ใจบางบาง [โจ้ วงPause]
เป็นเพราะเรา เป็นเพราะเรามากกว่า
เป็นเพราะใจ เป็นเพราะใจเราอ่อน
อ่อนแออยู่เสมอ เพียงพบคนถูกใจ
เก็บมาใส่ดวงใจฉันไว้ ฝันลมๆมากมาย
แล้วเป็นไง พอหัวใจต้องเจ็บ
เขาคนดี มีแล้วมีคนอื่น
เจ็บใจอยู่อย่างนั้น เพียงพบความผิดหวัง
ได้แต่ปลอบปลอบใจตัวเอง หวังอะไรมากมายนะใจ
* เป็นเพราะใจเราอ่อน อยากทำหัวใจขึ้นใหม่
อยากตบแต่งดวงใจเล็กๆ ให้แข็งแรงพอจะทนไหว
** พอแล้วพอ พอฉันพอดีกว่า
คิดไปเอง ทำให้ใจต้องเจ็บ
สุขเพียงสุขเล็กน้อย ยามพบคนถูกใจ
แต่พอเจ็บมันเจ็บเกินใคร เป็นเพราะใจเราบางเหลือเกิน 

ฉันเชื่อว่าในบางห้วงของอารมณ์ บทเพลงก็สามารถสื่อความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูด
ทำให้บางเหตุการณ์เคลื่อนที่ผ่านไปได้ตามจังหวะการเดินทางของเข็มนาฬิกา โดยปราศจากวาจา
แต่แฝงลึกไปด้วยความหมาย และความเข้าใจที่เปี่ยมล้น
 

 

บันได เป็นลม ยาดม ทิชชู่ 5 บาท

June 8, 2007

พร้อมพงษ์
เฮ้ย..!!!!!!!!!!!!!!                                                                                                                       ผู้หญิง ผมยาวสลวย แต่งตัวทันสมัยในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่า รองเท้าส้นสูง ถือกระเป๋าแบรนด์เนม เธอเดินคุยโทรศัพท์ ระหว่างทางที่เดินลงจากบันไดสถานีรถไฟฟ้า เพื่อที่จะไปดูหนังกับชายคนรัก แต่ทุกอย่างดูไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะเธอเป็นต้นเหตุของเฮ้ย..!!!!!!!!!!!!!! ที่คุณได้ยินในข้างต้น
          เหตุเพราะเธอเดินตกบันได เนื่องจากมีเด็กชายหญิงจอมซนวิ่งไล่กันมาชนเธอ รองเท้าส้นสูงที่เธอสวมอยู่ มันทำให้เธอยิ่งทรงตัวไม่อยู่ เธอกลิ้งตกลงจากบันไดราว6-7ขั้น ทุกคนรอบข้างแตกหือ เหมือนเธอเป็นตัวเชื้อโรคที่ถูกโยนลงมาท่ามกลางกลุ่มชน ทุกอย่างเริ่มหยุดนิ่งมีเพียงสายตาเท่านั้นที่เคลื่อนไหว ทุกคนจ้องมองหญิงสาวที่ล้มลงเบื้องหน้า แต่ไม่มีแม้สักคนเดียวที่เข้ามาช่วยเหลือ เธอพยายามลุก..ลุก..แล้วก็ลุกขึ้น เอื้อมมือไปหยิบชิ้นส่วนของโทรศัพท์ที่แตกกระจาย
อีกไม่ถึงนาที ที่เธอก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้าย ภาพของเธอก็เลือนลางจากความทรงจำของผู้คนที่พบเห็น 
สยาม                                                                                                                                
         กี่ปีแล้วก็ไม่รู้ที่เด็กสาว เดินทางโดยรถไฟฟ้าแทนการขึ้นรถเมล์ มันอาจไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดในสภาพสังคมปัจจุบันที่รีบเร่งทุกคนต้องทำงานแข่งกับเวลาและเธอก็ยังคงดำเนินชีวิตในแบบเดิมๆจนกระทั่งเธอได้รับมัน รอยยิ้มในครั้งนั้น                                                                                  
          “เอ่อๆ ฉันจะถึงแล้ว เดี๋ยวเจอกัน อีกไม่เกิน 10 นาที” เสียงเด็กสาวรอดผ่านสายโทรศัพท์ไป เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่ง เพื่อไปให้ทันเวลานัดหมายกับเพื่อนสาวสุดซี้ แต่อยู่ดีๆก็เหมือนกับเธอโดนกระชาก อย่างเต็มแรง ท้าวยังคงก้าวต่อ แต่ใจกำลังนึกถึงแต่ภาพที่ตาของเธอเห็นเมื่อไม่กี่นาทีที่เพิ่งผ่านมา หญิงชราที่นั่งตัวขดเล็กอยู่หน้าร้านอาหาร Fast food ชื่อดังนั่งกินข้าวจากถุงพลาสติกที่ตักมาจากที่บ้าน มันช่างแตกต่าง และนั่นเป็นต้นเหตุให้เด็กสาวคนนั้นเดินย้อนกลับมา               
 “ยายค่ะ ทิชชู่นี่ห่อละเท่าไร”               
“5 บาทจ๊ะ” หญิงชราวางช้อนและถุงพลาสติกลงกับพื้นข้างกาย ส่งทิชชูให้เธอหนึ่งห่อ พร้อมกับรอยยิ้มของหญิงชราที่เป็นเหมือนพรวิเศษ [...]

ราดหน้า..น้ำตา..ความรัก

June 1, 2007

ต้องขอบอกก่อนนะค่ะว่า บล็อกเรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่พิมพ์สดๆ (แบบเลือดสาดๆเลยค่ะ) เพราะเป็นครั้งแรกที่ไม่มีการร่าง คิด ขีด หรือเขียนไว้ล่วงหน้า ไม่มีการขัดเกลา ภาษาให้สวยงามระรื่นหู แต่มันเกิดขึ้นจากอารมณ์
     มือกลางวันเพิ่งผ่านไปไม่ถึง 1 ชั่วโมง ท้องฉันก้เริ่มร้องซะแล้ว คุณคงแปลกใจว่าฉันกินข้าวกับอะไร ทำไมมันถึงหิวเร็วขนาดนี้ ถ้าคุณรู้คุรคงไม่แปลกใจ 
     เพื่อนสาวเดินทางมาพบฉันในมื้อกลางวัน ”แก” ประโยคแรกที่ฉันได้ยิน พร้อมกับน้ำตาของเธอ ฉันทำอะไรไม่ถูก ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เพื่อนฉันเค้าต้องเสียใจมากแน่ๆ แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างละเนี่ยะ ฉันเริ่มตกใจ
     เรานั่งลงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมนูขึ้นชื่อที่เป็นที่นิยมของคนทำงานย่านนี้คือ ราดหน้าใส่ไข่ “ของฉันเส้นใหญ่ ของแกเส้นหมี่ กินซะ” ช้อนเริ่มเขี่ยวนเป็นวงกลม เธอพูดถึงชายคนรักที่แอบกลับไปคบหากับแฟนเก่าของเค้าเพราะความสงสาร เธอทั้งเจ็บปวด และทรมานใจที่ได้รับรู้ แต่ก็ไม่สามารถตัดใจจากเค้าได้
     น้ำตาของเพื่อนเริ่มคลอๆ อยู่ที่เป้าตา แล้วในที่สุดมันก็ไหลลงมา หยดแล้วหยดเล่า ฉันไม่กล้าแม้จะกลืนเส้นใหญ่ของโปรดลงท้อง เพราะฉันรู้สึกสงสารเธอจับใจ ฉันไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้ นอกจากปลอบใจและให้กำลังใจ
      เวลา 1 ชั่วโมงในตอนพักกลางวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว แทบไม่มีอะไรตกถึงท้องของเราทั้งสองคน มีเพียงน้ำตาของเธอเท่านั้นที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย “แกฉันรักแกว่ะ” ประโยคสุดท้ายที่เพื่อนฉันทิ้งไว้ให้ ฉันรู้ว่านั่นหมายถึงคำขอบคุณ ขอบใจที่อยู่เคียงข้างกัน     
      ฉันสงสัยถึงความรัก เราต่างเคยรู้ว่าเป็นสิ่งที่สวยงาม รื่นรมและชื่นใจ [...]